นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV Policy)
ประกาศใช้ ณ วันที่ 2 ก.พ. 69
บริษัท บางมด เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) ใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิด (CCTV) ในการเฝ้าดูแลพื้นที่ภายในและบริเวณโดยรอบ เพื่อคุ้มครองชีวิต และทรัพย์สิน บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน กรรมการ ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ผู้มาเยือน หรือบุคคลใดๆ ทั้งหมดที่เข้ามาในพื้นที่ที่มีการเฝ้าดูแล (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”) ทั้งภายในอาคารและบริเวณโดยรอบ ผ่านกล้องวงจรปิด
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้กล้องวงจรปิดฉบับนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และโอนข้อมูลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ของท่าน บริษัทอาจแก้ไขนโยบายฉบับนี้ได้ทุกเมื่อ โปรดติดตามการเปลี่ยนแปลงโดยการเข้าถึงนโยบายฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบเมื่อมีการแก้ไขนโยบายฉบับนี้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและหากสามารถกระทำได้
1. ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม
บริษัทเก็บรวบรวมภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว และภาพสิ่งของ (เช่น ยานพาหนะของท่าน) เมื่อท่านเข้าสู่พื้นที่ที่มีการสอดส่องดูแลภายในอาคารและสถานที่ผ่านกล้องวงจรปิด (“ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด”)
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และดำเนินการใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การบันทึก ถือครอง ปรับ เปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวม ทำสำเนา ส่ง จัดเก็บ แยก ปรับปรุง หรือเพิ่มข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน เพื่อ “วัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด” ดังต่อไปนี้
- เพื่อปกป้องความปลอดภัย รวมถึงทรัพย์สินของท่าน
- เพื่อปกป้องอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินจากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลาย และจากอาชญากรรมอื่นๆ
- เพื่อสนับสนุนการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์ให้มีประสิทธิภาพ
- เพื่อสนับสนุนในการสอบสวนหรือกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเบาะแส
- เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการขัดขวาง ป้องกัน และตรวจจับอาชญากรรม รวมถึงการฟ้องร้องเมื่อเกิดอาชญากรรม
- เพื่อสนับสนุนในการก่อตั้งสิทธิหรือยกขึ้นต่อสู้ในการดำเนินคดีทางแพ่ง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ คดีแรงงาน
- เพื่อยืนยันตัวบุคคลและเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
บริษัทจะติดตั้งกล้องวงจรปิดในที่ที่เห็นได้ง่าย พื้นที่ที่บริษัทจะไม่ติดตั้งกล้องวงจรปิดได้แก่ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือพื้นที่อื่นที่กำหนดให้เป็นพื้นที่พักผ่อน และมีระดับความเป็นส่วนตัวสูงสำหรับพนักงาน ทั้งนี้ ตามที่บริษัทเห็นสมควร
- กล้องวงจรปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
- บริษัทจะติดตั้งป้ายที่จุดทางเข้าและทางออก และในพื้นที่ที่มีการสอดส่องดูแลโดยกล้องวงจรปิด เพื่อให้ท่านทราบว่าในบริเวณนั้นมีกล้องวงจรปิด
3. ฐานทางกฎหมาย
3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (Non-Sensitive Personal Data)
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของท่าน รวมถึงทรัพย์สินของท่าน อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของบริษัทและกระทำการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด บริษัทจะพยายามสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี กับ สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่านในการคุ้มครองข้อมูลจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากนี้ บริษัทจะใช้ความพยายามในการหาขั้นตอนวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมดุลดังกล่าวตามความเหมาะสม
3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data)
บริษัทไม่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) ผ่านกล้องวงจรปิด
4. บุคคลที่บริษัทแบ่งปันและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ใด เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรม บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกที่บริษัทคัดเลือกอย่างระมัดระวัง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้ที่ได้รับสิทธิ และ/หรือ ผู้ให้บริการ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ระบุในนโยบายนี้
บุคคลภายนอกที่บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับท่าน รวมถึง
- บริษัทในเครือของบริษัท: บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านให้แก่บริษัทในเครือของบริษัทเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบริษัทในเครือของบริษัทในการทำตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด
- หน่วยงานรัฐ และ/หรือ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย: บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการสอบสวนหรือดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหรืออาญา
- ผู้ให้บริการจากภายนอก: บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านให้กับผู้ให้บริการจากภายนอก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน
5. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องวงจรปิดไปยังต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน การเปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น เว้นแต่จะมีฐานทางกฎหมายที่สำคัญอื่นๆ (เช่น เพื่อปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทและบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน) ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
ถ้าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องวงจรปิดถูกโอนไปยังประเทศปลายทางที่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลไม่เพียงพอตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำหนด บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนไปยังบุคคลอื่นในต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลนั้นได้รับการคุ้มครองในระดับเดียวกับที่บริษัทคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องวงจรปิด ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น
6. มาตรการรักษาความปลอดภัย
บริษัทจะดำเนินการตามมาตรา 37 ของ PDPA มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และมาตรฐาน ISO/IEC 27701 โดยจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านบุคลากร ด้านกายภาพ และด้านเทคนิค เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากกล้องวงจรปิดไม่ให้ถูกทำลาย สูญหาย เข้าถึง ใช้ แก้ไข หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่เป็นไปตามกฎหมาย โดยมุ่งรักษาความลับ ความถูกต้อง และความพร้อมใช้งานของข้อมูล ตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
บริษัทได้กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและควบคุมการใช้งานอุปกรณ์จัดเก็บและประมวลผลอย่างเหมาะสม โดยอนุญาตเฉพาะพนักงานที่ได้รับมอบหมาย พร้อมกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบชัดเจน เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ การลักลอบคัดลอก หรือขโมยข้อมูลและอุปกรณ์
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการบันทึกและตรวจสอบย้อนหลังการเข้าถึง แก้ไข ลบ หรือโอนย้ายข้อมูลจากกล้องวงจรปิด เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมและตรวจสอบการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
7. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องวงจรปิดในระบบของบริษัทเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่บันทึกภาพ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ระบุในนโยบายนี้ เมื่อบริษัทไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้เก็บข้อมูส่วนบุคคลของท่านจากกล้องวงจรปิดอีกต่อไป บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลออกจากระบบและบันทึกของบริษัท อย่างไรก็ตามในกรณีมีการดำเนินการทางศาลหรือทางวินัย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องวงจรปิดอาจถูกเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์ หลังจากนั้นข้อมูลจะถูกลบหรือเก็บถาวรตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิต่อไปนี้ตามกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
8.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
- ท่านสามารถขอเข้าถึงหรือรับสำเนาข้อมูลจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับตนเอง บริษัทจะดำเนินการภายใน 30 วัน ทั้งนี้ อาจปฏิเสธคำขอหากขัดต่อกฎหมาย คำสั่งศาล หรือกระทบสิทธิผู้อื่น
- ทั้งนี้ การขอเข้าถึงข้อมูลจากกล้องวงจรปิด อาจทำได้โดยการให้สำเนาภาพบางส่วน หรือการเบลอภาพบุคคลที่สาม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและไม่กระทบสิทธิของบุคคลอื่น
8.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูล
- ท่านสามารถขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
8.3 สิทธิในการลบข้อมูล
- ท่านสามารถร้องขอให้ลบหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นแต่บริษัทมีหน้าที่ต้องเก็บไว้ตามกฎหมาย
8.4 สิทธิในการโอนข้อมูล
- ท่านมีสิทธิตามกฎหมายในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติทั่วไป อย่างไรก็ตาม สิทธินี้ไม่สามารถใช้บังคับกับข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของบริษัทได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้สิทธินี้ใช้บังคับเฉพาะกับข้อมูลที่ประมวลผลภายใต้ฐานความยินยอม หรือฐานสัญญาเท่านั้น ในขณะที่บริษัทประมวลผลข้อมูลจากกล้องวงจรปิดภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับไฟล์ภาพวิดีโอไม่ได้เป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) ตามเจตนารมณ์ของการโอนข้อมูลอัตโนมัติ (ทั้งนี้ หากท่านต้องการขอรับสำเนาภาพวิดีโอ ท่านสามารถดำเนินการได้โดยใช้ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ตามข้อ 8.1)
8.5 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล
- ท่านสามารถคัดค้านการประมวลผลข้อมูลได้ ยกเว้นในกรณีจำเป็นตามสัญญาหรือข้อกฎหมาย
8.6 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล
- ท่านสามารถขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลในบางกรณี โดยข้อมูลจะถูกจำกัดการประมวลผลตามที่กฎหมายกำหนด
8.7 สิทธิในการถอนความยินยอม
- ท่านสามารถถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งผ่านช่องทางติดต่อของบริษัท เว้นแต่มีข้อกฎหมายหรือสัญญาที่จำกัดสิทธิดังกล่าว
8.8 สิทธิในการร้องเรียน
- ท่านสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานภาครัฐ หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
9. การติดต่อ
ท่านสามารถติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ผ่านช่องทางดังนี้
บริษัท บางมด เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด (Bangmod Enterprise Co., Ltd.)
- ที่อยู่: เลขที่ 145/18-19 ห้อง A001-003 ถนนบางขุนเทียนชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
- อีเมล (DPO): pdpa@bangmod.co.th
- โทรศัพท์: 02-105-4417
- เว็บไซต์: www.bangmod.cloud
10. กฎหมายที่ใช้บังคับ
นโยบายนี้ อยู่ภายใต้การบังคับและการตีความตามกฎหมายไทยและศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทใดที่อาจเกิดขึ้น
11. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขนโยบายฉบับนี้ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้เป็นระยะๆ เพื่อตรวจสอบนโยบายนี้ รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่บริษัทจะปรับปรุงข้อมูลที่เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของบริษัทให้เป็นปัจจุบัน และในกรณีที่เหมาะสม บริษัทอาจจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ผ่านทางอีเมลที่ท่านได้ให้ไว้